|
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑
:
วรรณคดีวิถีงาม
สรุป
- กาพย์เรื่องพระไชยสุริยา
กาพย์เรื่องพระไชยสุริยานี้ เป็นผลงานของท่านกวีเอกสุนทรภู่
โดยเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ โดยมีจุดมุ่งหมายหลักคือ
แต่งเพื่อเป็นแบบเรียน และได้บรรจุในหนังสือชื่อมูลบทบรรพกิจ
แต่งด้วยคำประพันธ์ ๓ ชนิด คือ กาพย์ยานี๑๑ กาพย์ฉบัง๑๖
และกาพย์สุรางคนางค์๒๘
กาพย์เรื่องนี้มีเนื้อหาการสอนอ่านมาตราตัวสะกดแม่ต่างๆ
และยังสอนคติธรรมให้กับผู้อ่านด้วย
สุนทรภู่ยังสอนเด็กรุ่นหลังให้รู้จักตั้งใจเรียนเพื่อให้สำเร็จและไม่เดือดร้อน
ความงามทางวรรณคดีของกาพย์เรื่องพระไชยสุริยามีอยู่มากมายหลายตอน
และการใช้ถ้อยคำภาษาที่สละสลวย สามารถอ่านทำความเข้าใจได้ เช่น
การพรรณนาเกี่ยวกับป่าระหว่างเดินทาง
ทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจสภาพของป่านั้นๆได้ ดังตัวอย่างบางส่วน
"ไกรกร่างยางยูงสูงระหง ตลิงปลิงปริงประยงค์ คันทรงส่งกลิ่นฝิ่นฝาง"
การพรรณนาถึงสัตว์ในป่า ดัวอย่าง "กลางไพรไก่ขันบรรเลง
ฟังเสียงเพียงเพลง ซอเจ้งจำเรียงเวียงวัง" หรือ "ยูงทองร้องกระโต้งโห่งดัง
แตรสังข์กังสดานขานเสียง" ทำให้เห็นสัทพจน์หรือเสียงของธรรมชาตินั้นๆ
เรื่องเล่าโดยย่อกว่า... พระไชยสุริยาทรงปกครองเมืองสาวัตถี
มีสุดามเหสี บ้าเมืองในการช่วงแรกๆ มีความร่มเย็นเป็นสุข
ต่อมามีเหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความล่มสลายของเมืองคือ
การเบียดเบียนกันข้าราชการคดโกง ดังตัวอย่างบทประพันธ์
อยู่มาหมู่ข้าเฝ้า ก็หาเยาวนารี ที่หน้าตาดีดี ทำมโหรีที่เคหา
ค่ำเข้าเฝ้าสีซอ เข้าแต่หอล่อกามา หาได้ให้ภริยา โลโภพาให้บ้าใจ
ไม่จำคำพระเจ้า เหไปเข้าภาษาไสย ถือดีมีข้าไทย ฉ้อแต่ไพร่ใส่ขื่อคา
คดีที่มีคู่ คือไก่หมูเจ้าสุภา ใครเอาข้าวปลามา ให้สุภาก็ว่าดี
หลังจากนั้นมีเหตุวิบัติเกิดขึ้นในบ้านเมือง
ผีป่าผีน้ำเข้ามากระทำมรณกรรมทั่วเมือง
พระไชยสุริยาและพระมเหสีนำสนมและข้าราชการขึ้นเรือไป
ระหว่างทางเรือก็เจอพายุโหมกระหน่ำจนเรือแตก
คงเหลือผู้รอดชีวิตในครั้งคือ พระไชยสุริยาและพระมเหสี
ขึ้นฝั่งได้ระหว่างเดินทางก็ได้มีบทพรรณนาอยู่หลายบท จนไปพบพระดาบส
(พระฤๅษีบูชาไฟ) ท่านมีความอนุเคราะห์ช่วยเหลือ
และสอนให้ทั้งสองพระองค์บำเพ็ญเพียรจนสามารถหลุดพ้นจากทุกข์และได้ขึ้นสวรรค์
คติธรรมสอนเกี่ยวกับกาลกิณี ๔ ประการ ให้พึงละเว้น
ได้แก่ 1.การเห็นผิดเป็นชอบ 2.การไม่รู้บุญคุณ
3.การเบียดเบียนทำร้ายซึ่งกันและกัน 4.ความโลภ
อันเป็นสาเหตุที่ทำให้บ้านเมืองปั่นป่วน
ขอให้นักเรียนอ่านหนังสือเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง
สรุป -
แต่งให้งามตามที่เหมาะ
ดนัยทำการบ้านเรื่องการย่อความกับเพียงนภา
โดยเพียงนภาสอนให้ดนัยให้มีความเข้าใจหลักการย่อความทีละขั้นตอน
จนดนัยเกิดความเข้าใจ เรื่องที่ย่อความนั้น
พูดถึงการแต่งกายขอมนุษย์
โดยบอกตั้งแต่การแต่งกายนั้นมีคุณสมบัติอย่างไร แต่งกายในโอกาสต่างๆ
และจุดมุ่งหมายของการแต่งกาย เช่น
การแต่งกายในการไปร่วมงานบางงานได้มีการระบุการแต่งกายไว้ในบัตรเชิญด้วย
เพื่อให้ผู้ได้รับเชิญสามารถแต่งกายได้เหมาะสม และไม่เกิดอาการเขินอาย
การแต่งกายตามแฟชั่นก็ดีว่าโก้เก๋ไม่ตกยุค
แต่ผู้ที่แต่งกายเรียบร้อยก็ยังได้รับคำชมอยู่เสมอ
การรู้จักประยุกต์ใช้เสื้อผ้าที่มีอยู่ให้ตรงตามงาน
เพื่อความประหยัดและยังเป็นการส่งเสริมนิสัยในเรื่องการไม่ฟุ่มเฟือย
การจับใจความสำคัญ ผู้อ่านสามารถที่จะ
เรียบเรียงใหม่ด้วยภาษาที่กะทัดรัด แต่ยังคงใจความเดิม ได้
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒
:
สืบสานวรรณศิลป์
สรุป -
ภาษามีพลัง
นอกจากเนื้อหาในเล่ม วิวิธภาษาแล้ว
นักเรียนยังได้รับความรู้เพิ่มเติมในเรื่องของความเชื่อ
และคำที่กล่าวว่า ภาษามีพลัง ดังนี้
เรื่องความเชื่อในเรื่องต่างๆ นั้นให้นักเรียนอ่านใบความรู้ที่ได้รับไป
แล้วทำความเข้าใจว่า เรื่องความเชื่อเกี่ยวกับความเป็นมงคล-อัปมงคล
ความเชื่อเรื่องโชคลาง
และความเชื่อที่เกิดจากเจตคติที่มีการอบรมสั่งสอนนั้น
แตกต่างกันอย่างไร
สรุป - คำที่มักสะกดผิด และคำที่มักเขียนผิด
นักเรียนศึกษาและฝึกฝนเขียนคำที่มีการแนะนำไว้ในใบความรู้และคำที่ยากที่พบเห็นอยู่บ่อยๆ
จะทำให้นักเรียนสามารถเขียนได้ดีและถูกต้อง
รวมถึงการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่นคำว่า ขรม อ่านว่า ขะ - หรม
คำว่า กลวิธี อ่านว่า กน - ละ - วิ - ที
สรุป - คำที่ใช้การันต์
รูปแบบการเขียนการันต์ที่พบบ่อยๆ มี ๓ แบบ คือ ตัวการันต์บนตัวอักษร ๑
ตัว ตัวการันต์บนตัวอักษร ๒ ตัว
และตัวการันต์บนตัวอักษรที่มีสระเป็นตัวสะกดด้วย เช่น
การันต์ วันเสาร์ วันจันทร์
เอกลักษณ์ สมณศักดิ์ เป็นต้น
สรุป - คำที่ใช้ รร (รอหัน)
รูปแบบการใช้ รร นั้น มีความเฉพาะเจาะจงของคำที่มีการบัญญัติไว้ใน
พจนานุกรมไทย เช่น พรรณนา บรรณารักษ์ จรรยาบรรณ
เป็นต้น
สรุป - คำในภาษาไทย ๗ ชนิด
ศึกษาเนื้อหาจากเอกสาร และการแนะนำเกี่ยวกับ
ชนิดของคำทั้ง ๗ ชนิด
ขอให้นักเรียนทุกคนใช้เวลาในการอ่านหนังสือ
และสอบให้ได้คะแนนอย่างดีเยี่ยมทุกๆ คนนะครับ
|